ประสบการณ์สอบ MUIC + interview

posted on 06 Jun 2015 23:14 by haneulksn in HOBBIES directory Knowledge, Diary, Idea
 
 
สวัสดีนะทุกคน~~
 
วันนี้เราจะมาเล่าประสบการณ์สอบตรง MUIC หรือ มหิดลอินเตอร์
*เรื่องราวต่อไปนี้ เล่าจากประสบการณ์และมุมมองของ จขบ.เอง
หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วย*
 
รอบที่เราเข้า คือ entry 1 ของปี 2015
 
ต้องกรอกใบสมัครออนไลน์ ผ่านระบบ sky ของ muic 
และส่งเอกสารทางไปรษณีย์เท่านั้น // แต่ก่อนเขาให้ไปยื่นเอกสารที่ มหาลัยได้นะ
แต่ไม่รู้ว่าทำไมรอบนี้ ถึงให้ส่งทางไปรษณีย์
หลังจากทาง ม. ได้รับเอกสารของเราแล้ว เขาก็จะส่งบัตรสอบที่มีรูปเราติด กำหนดการ(?)
และข้อสอบตัวอย่างวิชาคณิตศาสตร์มาให้ มี guide book ของ TOEFL ด้วย แต่เรายื่น IELTS ไป
เลยไม่ได้นะ เพราะสอบแค่ writing กับ math
 
เตรียมตัวติว
 
สำหรับ พาร์ท writing เราเตรียมตัวจากการเอาโจทย์ของ IELTS มาเขียน
ก่อนสอบก็เขียนไป เกือบ 30 essays กะว่า โจทย์อะไรให้มา ชั้นจะต้องเขียนให้ได้ อยากเข้าจริงๆ
และพาร์ท math ติว Pre-calculus จริงๆแล้วในเอกสารที่บอกว่า math สอบอะไรบ้าง จริงๆมันก็มีมากกว่านั้นน่ะ
ต้องดู ข้อสอบตัวอย่าง และติวเพิ่มไปเยอะๆ
เราก็ติวไปพอสมควร ฝึกทำข้อสอบเก่าบนอินเตอร์เน็ต และดูวีดีโอบน youtube ในหัวข้อที่ไม่เข้าใจ
เรียนอินเตอร์มาแล้วพอมาสอบแล้ว ห้ามใช้เครื่องคิดเลขนี่ เป็นอะไรที่ทรมานมากๆ รู้สึกไม่มั่นใจเท่าไหร่เลย
// เราไม่ได้ติว conic section ไป เพราะรู้สึกว่ามันล้ำเกินไปจริงๆ ถึงออกมาก็คงทำไม่ได้อยู่ดีเลยข้ามไป
แต่อย่างอื่นก็ติวหมดนะ อย่างเช่น Arithmetic พวก number facts - prime numbers- rational/irrational numbers , Algebra & functions - แบบ simplyfying หาโจทย์ยากๆทำ - factorising กับ fomula ที่ใช้แก้ quadratic - difference of 2 squares - simultaneous equation, inequalities, functions - เรารู้สึกมึนมากกับหัวข้อนี่ แต่ก็ติวแบบ overall ไปก็พวก inverse functions - Absolute - Linear function พวก หา gradient หา intercept - Parabola ก็ติวไปนะ หา vertex, ที่่ควรติวมากๆ คือ exponential & logarithm ในข้อสอบออกเยอะนะ เราก็ฝึก simplyfy แล้วก็พวก square roots ด้วย ที่ เอามา + กัน หรือ ยกกำลัง Rationalize ก็ฝึกไปบ้าง
ส่วนของ logarithm นี่ต้องติวเยอะๆ simplyfy, Matrices นี่ก็ออกนะ ควรต้องติวด้วย!! inverse นี่ก็ต้องติว, trigonometry ก็ออกเช่นกัน ติวไปแม่นๆ
 
วันสอบ
 
เราสอบตอนบ่ายโมง
พอถึงเวลาก็จะมี พี่ๆ มาเรียกเข้าห้อง
พอนั่งประจำที่ อาจารย์ก็จะบอก กฏ ต่างๆ
ข้อสอบ writing ของเราจำข้อแรกไม่ได้ แต่เราเลือกเขียนข้อสอง
ประมาณว่า people travel as a group with tourist guide but some travel with friends or alone,
which one you think is better and what is the possible problems of each.
จำข้อแรกไม่ได้ แต่จำได้ว่าข้อแรกยากนะ พอเขียนเสร็จ // กระดาษไม่พอ ตัดจบตอนกระดาษหมดเลย
คือกระดาษ A4 ละ แต่ บรรทัด ห่างเว่อ// ก็ออกน้องห้อง รอเวลาสอบ math
เตรียมดินสอ 2B ไปด้วย เราไม่ได้เอาไป ใช้ ดินสอกดฝนเอา ก็ได้อยู่ แต่ทุลักทุเลมาก
ข้อสอบ math ก้อย่างที่บอกข้างบน มีทั้ง choice และ show working
ยากอยู่นะ อยาก log ที่ไปเจอนี่ ซ้อน 3 อัน มึนมากจ้า แต่ก็รีบๆทำให้เสร็จ มีทั้งหมด 40 ข้อ
แต่ทำได้จริงแค่ 18-19 ข้อเอง choice นี่ สกิลการเดามาก่อนจริงๆ senseล้วนๆ
พอสอบเสร็จก็กลับบ้าน พักผ่อน และใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยรอวันผลออก
วันที่ผลออก เราตื่นสาย ออกไปซื้อข้าว เขาบอกว่า ผลออก บ่ายโมง
แต่แอบลองเปิดดู ตอน เที่ยงครึ่ง ผลก็ออกแล้ว
เรียกพี่สาวมาดูตื่นเต้นมาก พอกดเข้า เราไม่กล้าเลื่อน พี่สาวเลื่อนหาชื่อ
บอกว่า ไม่มีชื่อแกนะ เราก็ตกใจมาก เลยรีบบอกพี่สาวว่า 
จริงหรอ ไหนลองพิมพ์เลขสอบสิ  // ที่นี่ใช้ระบบ search นะ พิมพ์เลขที่นั่งสอบแล้วจะเด้งผลขึ้นมา แต่ถ้าไม่ติด จะขึ้น sorry 
กลับมาต่อเข้าเรื่อง ชื่อก็เด้งขึ้นมา ดีใจมาก
กรี๊ดกันทั้งบ้าน พ่อลงมา บอกว่า ไหนๆ เป็นยังไง
ติด interview ของ college 
ดีใจสุดๆ เพราะตอนแรก หวังว่า pc ก็ยังดี เกินความคาดหมายจริงๆ
ได้ interview 2 วันหลังจาก(วันที่ 5 ) ผลออก(วันที่ 3) 
เตรียมตัวบ้าง แบบจดโน๊ตไปคร่าวๆ ว่าถ้าเขาถามแบบนี้จะตอบยังไง
ก็เช่น แนะนำตัว โรงเรียน ทำไมถึงเลือกเรียนคณะนี้ ทำไมถึงเลือกมหาลัยนี้ 
คิดว่าจะทำอาชีพอะไรในอนาคต life goal แล้วก็ประสบการณ์เกี่ยวกับวิชาที่เลือกจะเรียน
มีอ่านข่าวไปบ้างด้วย เผื่อเขาถาม // จขบ.เลือกคณะ Biological Science นะ (วิทยาศาสตร์ชีวภาพ)
 
วันสัมภาษณ์ 
 
เพื่อนหลายคนบอกว่าได้คิว เช้ามาก (8.30)
เราไปรอใต้ตึก IC ตั้งแต่7โมงเกือบ8โมง
พอประมาณ 8 โมง 20 ใต้ตึกจะมีพี่ๆมาตั้งโต๊ะ
เราก็เดินไปดู คือต้องไปเซ็นชื่อ และรับใบ เหมือนใบเซ็นยินยอมว่า
จะเคารพผลสอบที่ประกาศออกมา อะไรเช่นนี้ แล้วก็นั่งตาม
 interview group เราได้ group 2 พอเสร็จ พี่เขาก็จะเรียกชื่อให้ตั้งแถว ตามเลขที่
กลุ่มเรามี 12 คน แต่มาแค่ 3คน(รวมเรา) ไม่รู้ว่ามาสาย หรือว่าสละสิทธิ์ 
พอตั้งแถวเสร็จ พี่ๆ (เป็นเหมือน student council) ก็พาไปนั่งรอบนห้อง
พี่ๆเขาดูแลดีมากนะ มี entertain มีพูดคุยหยอกล้อให้ไม่เครียด
นั่งรอสักพัก พี่เขาก็เรียกไปกลุ่มละ 3 คน /กลุ่มเรามา 3 คนพอดีเป๊ะ
ก็เดินขึ้นไปที่ห้องสัมภาษณ์ นั่งรอที่เก้าอี้หน้าห้อง
คนแรกก็เข้าไปนานอยู่นะ พอออกมา เปิดประตู เขาสบถว่า ถามอะไรนักหนาวะ 
เรานี่ใจเสียเลย กลัวว่าจะได้ กรรมการถามจุกจิกแล้วตอบไม่ได้
สักพัก พี่เขาก็เรียกให้เราเข้าไปในห้อง อันนี้จะพิมพ์เป็น script ที่เขาถาม และเราตอบเลยนะ
เราได้ อาจารย์ชาวต่างชาติ 1 คน อาจารย์ไทย 2 คน
A =อาจารย์ฝรั่ง B =อาจารย์ไทยที่เป็นหมอ C= อาจารย์ไทยที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ M= ตัวเราเอง
 
*เปิดประตูเข้าไป
 
M: good morning! (สวัสดีตอนเช้า)
ABC: good morning ! comm'on sit down. (สวัสดีตอนเช้า นั่งลงก่อนสิ)
M: Thank you
A: Okay! Let's get started! What's your name and what should we call you? (เริ่มกันเลย คุณชื่ออะไร แ     ละพวกเราควรเรียนคุณว่าอะไรดี?)
M: My name is haneul and you can called me haneul.
A: Alright haneul. tell us about yourself
M: I'm 17 y/o, graduated from XXX school, sit IGCSEs exam 3As 2Bs and 1C and umm that's it
    (ฉันอายุ 17 ปี จบจาก โรงเรียน XXX , สอบ IGCSEs ได้ เกรด A 3 ตัว B 2 ตัว และ C 1 ตัว)
A: okay... have you been overseas? (คุณเคยไปเที่ยวต่างประเทศไหม?)
M: Yes, I do. (เคย)
A: Where did you go? (ไปไหนมาบ้าง)
M: In Asia, I went to Korea, Singapore, Hongkong, Laos and China
     and in Europe I went to many places.
     (ในเอเชีย ฉันไปที่ เกาหลี, สิงคโปร์, ฮ่องกง, ลาว และ จีน และในยุโรป ฉันก้ไปมาหลายที่)
A: tell me what does it like in Korea
    (บอกฉันหน่อย ว่าเกาหลีเป็นยังไง)
M: umm Korea? South Korea. I think because of the globalisation people in Korea tend to keep up          with trends. People dress likely the same and buy similar stuff bacause they are keeping up with          the trends.
     (เกาหลี? ฉันคิดว่า เพราะโลกาวิวัฒน์ ทำให้คนในเกาหลีชอบที่จะทำในสิ่งที่เป็นกระแสในตอนนั้น เช่น ซื้อ        ของที่ีคล้ายๆกัน หรือ แต่งตัวคล้ายๆกัน)
A: Oh really? How about Switzerland? Have you been to Switzerland?
     (จริงเหรอ? แล้วสวิตเซอร์แลนด์ลาะ? คุณเคยไปไหม?)
M: Yes! It's a lovely country. I love Switzerland. People there are very nice,they have a very good             quality of lives, they are keen to help other people as well
      (ฉันเคยไป สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่ดีมาก คนที่นุ้นเป็นมิตรมาก ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และ           ชอบช่วยเหลือคนอื่นด้วย)
A: Lots of people said Switzerland is a boring country, Don't you think so?
    (หลายๆคนบอกว่า สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่น่าเบื่อ คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอ?)
M: Not at all, I like this country. People are very kind, everytime I cross the road they will always stop       the car for the pedestrian.
     (ไม่เลยสักนิด ฉันชอบประเทศนี้มาก คนเป็นมิตรมากๆ ทุกครั้งที่ฉันจะข้ามถนน เขาจะหยุดรถให้ฉันตลอด)
A: What do you do when you are free?
    (คุณมักจะทำอะไรในเวลาว่าง?)
B: In my spare time, I like to bake and read. I'm a curious person. When i found something in a book
    I'll find some times and search it on the internet.
    (ในเวลาว่างของฉัน ฉันจะทำขนม และ อ่านหนังสือ ฉันเป็นคนขี้สงสัย เวลาอ่านเจออะไรต่างๆในหนังสือ
     ฉันจะหาเวลา และค้นหาบนอินเตอร์เน็ตในภายหลัง)
A: Tell us the last thing you read on the internet?
     (บอกพวกเราเกี่ยวกับเนื่อหาล่าสุดที่คุณอ่านบนอินเตอร์เน็ต)
B: just 10 minutes ago. haha . 2 new group of viruses have been discovered in the Ivory coast.
    (ฉันพึ่งอ่านมันก่อนมาสอบเอง ไวรัส 2 กลุ่มใหม่ถูกค้นพบที่ ไอวอรี่ โคสต์)
A: Tell us more
     (บอกพวกเราเพิ่มเกี่ยวกับมัน)
B: Umm Spreaded by the blood-feeding insects and that's it I can't remember
    (เชื่อถูกแพร่โดย แมลงที่กินเลือดเป็นอาหาร)
A: alright. I'll let her ask *ชี้ไปที่อาจารย์ B
 
B: Okay.. please tell us why do you want to study science?
     (โอเค ช่วยบอกพวกเราหน่อยว่า ทำไมคุณถึงอยากเรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์)
M: I believe that science can help me to improve my life.
     (ฉันเชื่อว่า วิทยาศาสตร์สามารถช่วยให้ทำเราใช้ชีวิตได้ดีขึ้น)
B: How?
    (ยังไง?)
M: nowadays, people are bombarded by the advertisment, for example the supplements like collagen        so If I study science, I would be able to distinguish between fact and market.
     (ในยุคปัจจุบัน ทุกๆคนถูกยัดข้อมูลต่างๆผ่านโฆษณา อย่างเช่น พวกอาหารเสริมแบบ คอลลาเจน ถ้าหากชั้น
      ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ฉันจะสามารถแยกแยะได้ระหว่างข้อมูลที่เป็นความจริงและการ               ตลาด)
B: oh! how do you do that?
     (โอ้ว แล้วคุณสามารถทำอย่างนั้นได้อย่างไร?)
M: We can look into the product. I mean like ingredients and we could really study that does the              product reallt helps or its just the advertisement persuading people?
     (ดูที่ตัวผลิตภัณฑ์ ฉันหมายถึงส่วนประกอบ และเราศึกษาว่ามันช่วยจริงๆ หรือมันแค่โฆษณาชวนเชื่อ)
B: So where do you find information from?
     (แล้วคุณหาข้อมูลของแต่ละส่วนประกอบมาจากไหนละ?)
M: From the internet, indeed the major source.
     (จากอินเตอร์เน็ต)
B: Can you tell me the website that you use or you trust when you finding information
    (คุณสามารถบอกฉันได้ไหมว่า เว็บไซต์ไหนที่น่าเชื่อถือ หรือ ที่คุณใช้เป็นประจำ?)
M: Basically i search it and look into many websites and compared it. you can never trust internet
     (โดยเบื่องต้นแล้ว เวลาค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ฉันจะเลือกมาจากหลายไซต์และเปรียบเทียบมัน 
      เพราะว่าคุณไม่ควรที่จะเชื่อใจอินเตอร์เน็ต)
B: Other sources of information?
    (มีแหล่งข้อมูลอื่นอีกไหม?)
M: Library.
    (ห้องสมุด)
B: Can you tell me the difference between information from library and internet?
    (บอกฉัน เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและห้องสมุด)
M: I think information in the library are almost 100% true information but in the internet you will            need to filter it.
     (ฉันคิดว่า ข้อมูลจากห้องสมุดน่าจะเป็นความจริงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ในอินเตอร์เน็ตคุณต้องกรองมัน)
B: oh good. and I'll let she ask * หันไปมอง อาจารย์ C
 
C: I heard you said you like to bake
    (ฉันได้ยินว่า คุณชอบทำขนม?)
M: Yes, I do.
     (ใช่)
C: tell me about how science you learn help you in your baking?
    (บอกฉันเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ที่คุณใช้ในการทำขนม)
M: some knowledge like we cannot put yeast and salt together at the same time.
     (เช่น เราห้ามใส่ยีสต์และเกลือลงไปพร้อมๆกันใช่ไหม)
C: What is the lastest product you have made.
    (ขนมที่คุณพึ่งทำล่าสุด)
M: Chocolate cupcakes
C: Oh !
B: She is interested in baking because she is a food scientist
    (เธอสนใจในเรื่องการทำขนม เพราะเธอเป็นนักวิทยาศาสตร์การอาหาร)
C: and she is a medical doctor.
    (และเธอเป็น หมอ)
M: Oh I see
C: where do you find all the recipe?
    (แล้วคุณหาสูตรมาจากไหนบ้าง)
M: Internet ... the major source
     (อินเตอร์เน็ต)
C: oh i see how about you product you make it from scratch or from commercial
    (แล้วที่คุณทำคือ ทำเอง หรือ ทำเพื่อการค้า)
M: from scratch
     (ทำเอง)
C: Okay
 
*อาจารย์ทั้ง 3 เงียบ หันหน้ามามองกันพยักหน้า
 
A: I saw your grade you score very high in art and music but why do you choose to study science
    (ฉันเห็นเกรดของคุณ คุณมีเกรดในวิชาดนตรี และ ศิลปะ ที่สูงมาก แต่ทำไมถึงเลือกวิทยาศาสตร์?)
B: At that time I tried to study every field of subject so I can find myself, If i study pure science               programme I would not be able to study arts.
    (ในช่วงตอนม.ปลาย ฉันแค่เลือกวิชากลางๆ เพราะอยากศึกษาทุกด้านเพื่อนค้นหาตัวเอง แต่ถ้าฉันเลือก
     ทางสายวิทยาศาสตร์ล้วน ฉันจะไม่ได้เรียนเกี่ยวกับศิลปะเลย)
A: And we saw you math grade is a D. How?
    (และพวกเราเห็นเกรดคณิตศาสตร์ของคุณ เกรด D ยังไง?)
M: Oh! a very hard question. I don't know what to say apart from blaming myself for not studying           hard enough
    (โอ้ เป็นคำถามที่ยากมาก ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไรเลย บอกได้แค่ว่า ฉันอาจจะแค่เรียนหนักไม่พอ)
A: Okay haneul! Thank you for today. Do you have any question?
    (โอเค คุณมีคำถามอะไรจะถามพวกเราไหม?)
M: No for today... and Thank you
    (วันนี้ยังไม่มี ขอบคุณ)
 
หลังจากออกนอกห้องพี่ที่ยืนคุมก็บอกกลับบ้านได้เลยนะน้อง
เราก็กลับเลยย
 
ตอนนี้ว่าง รอผลออกวันที่ 17 เป็นกำลังใจให้เก๊าด้วยน้า
ใครที่แอดไม่ติด หรือ ไม่พอใจกับคณะเท่าไหร่
ก็มาเข้า muic ด้วยกันได้นะ ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถ ถ้าเราตั้งใจ
ส่วนคนที่แอดติด ก็ยินดีด้วยน้า
เกี่ยวกับเรื่องสอบ ถ้าใครมีอะไรก็เม้นถามไว้ได้น้า
 
19/6/2015 มาพิมพ์ซับไทยแล้วน้า
เมื่อวานไปรายงานตัวมา สอบติดแล้วน้า !!!!
เดี้ยวเกี่ยวกับวันรายงานตัวจะมาลงเอนทรี่ พร้อมกับ ปฐมนิเทศน์เลยน้า หลังวันที่ 24
แล้วเจอกันนน 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เช่นแบบ เลขประจำตัวสอบ หรืออะไรมากกว่านี้อ่ะค่ะ

#2 By อยากติด (124.121.187.75) on 2016-03-08 22:56

ตอนสอบนี้กระดาษคำตอบมีต้องกรอกต้องฝนไรบ้างป่าวคะ

#1 By อยากสอบติดด (124.121.187.75) on 2016-03-08 22:55