#Sec2 วันแรก ณ Paris

posted on 28 May 2015 18:48 by haneulksn in TRAVELING directory Travel, Diary, Idea
 
#Sec2 วันแรก ณ Paris(ปารีส)
 
สวัสดีทุกท่านน้า กับมาอีกครั้งกับ #Sec2 
กับการใช้ชีวิตวันแรกใน Paris // จริงๆแล้วเรานั่งเครื่องไปลงที่ Brussels
(ประเทศเบลเยี่ยม) แต่ว่านั่งรถไฟจากสนามบิน Brussels มาที่ Paris
แล้วจะไปเที่ยว Brussels วันท้ายๆแทน
 
' มาเริ่มกันเลยดีกว่า Let's go!! '
 
สถานที่แรกที่อยากจะแนะนำก็คือ
 
สถานีรถไฟ Gare du Nord
 
 
ตั้งอยู่ใจกลาง Paris เป็นศูนย์กลางของนักท่องเที่ยวและผู้อาศัยอยู่ใน ยุโรป
เพื่อจะเดินทางภายในปารีส และ ออกนอกประเทศโดยใช้ รถไฟ
 
ชานชาลาด้านบน สำหรับ รถไฟเดินทางข้ามประเทศ (Thalys)
สำหรับ Metro(รถไฟใต้ดิน) หรือ รถไฟโดยสารภายในปารีส
จะต้องเดินลงไปทางชั้นใต้ดิน ซึ่งอยู่ใกล้มากๆ สะดวกมาเลยทีเดียว
ตอนที่ฮานึลเดินทางมาจาก Brussels ก็มาลงทีสถานีนี้ และท่องเที่ยวภายใน
ปารีสก็ใช้บริการ Metro ที่นี่เหมือนกัน
 
 
 
คำแนะนำสำหรับการเดินทางข้ามประเทศโดยการใช้ รถไฟ Thalys
Route เท่าที่จำได้ มีสถานี ปารีส , เบลเยี่ยม , เยอรมัน นะ
สิ่งที่ควรทำคือ จองตั๋วล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 1 วัน
คือจริงๆแล้วมันจะซื้อวันที่เดินทางเลยก็ได้นะ แต่ว่าต้องต่อคิวยาวมากกก (ก.ไก่อีกสิบตัว)
ถ้าซื้อก่อน เราสามารถดูที่นั่ง ดูชานชาลา ดูเวลาออกของรถไฟได้
แต่ถ้าซื้อวันนั้นเลย มีทั้งที่เต็ม ไม่ได้นั่งโบกี้เดียวกัน อาจจะเจอแบบ อีก 5 นาที รถไฟจะออก
และเกิดเกมส์วิบาก วิ่งลากกระเป๋าลิ้นห้อยเลย เพราะรถไฟที่นี่ตรงเวลาเว่อร์
แบบ เข็มนาทีเคลื่อนปุ๊ป รถไฟออกปั๊ป ต้องเตรียมตัวมาก่อนสักพักจะดีมาก
 
ข้อมูลอื่นๆ สามารถไปดูได้ที่เว็บไซต์ของ Thalys
 
มาต่อกันที่ Metro
 
 
 
นี่คือหน้าตาของตั๋ว Metro
รูปแบบก็คล้ายๆกับหลายที่ คือมีแบบรอบเดียว และ เหมาวัน
สิ่งที่ควรระวังคือ ถ้าไปเป็นกลุ่ม ไม่ควรยืนขวางทางเดิน เพราะคนที่นี่
บางคนไม่เดินหลบ แต่ผลักเราออกไปนอกทางเดินของเขาเลย (โดนมากับตัว TT")
คนที่ปารีสใช้ชีวิตเร่งรีบมาก พยายามอย่าไปขวางทางเขาจะดีที่สุด
และเวลาขึ่นรถไฟ ให้หาที่เกาะทันที ไม่งั้นอาจลอยจากหัวขบวน ไปท้ายขบวนได้
เพราะรถไฟออกตัวแรงมาก แรงกว่ารถไฟฟ้า BTS บ้านเราประมาณ 78% (บัญญัติโดยเราเอง แหะๆ)
(ซึ่งประสบการณ์นี้ก็เกิดขึ้นในกลุ่มของเรามาแล้ว) ลอยไปไกลมาก // แบบลอยจริงๆ
อีกอย่างเวลาขึ้นอยากให้ดูสายดีๆ บางขบวนเดินทางสายสีเดียวกัน แต่ไม่จอดบางสถานี
แบบขับเลยไป ไม่จอด แต่เป็นแค่บางขบวนนะ ตอนรถไฟเทียบชานชาลา
เขาจะมีป้ายไฟบอกว่าจอดสถานีไหนบ้าง
 
มาดูบรรยากาศหน้าสถานีกันบ้าง
 
 
 
 
 
 
 
 
ข้างหน้าสถานี สวยงามมาก แต่มีคนสูบบุหรี่เยอะไปหน่อย
เตือนคนที่จะไปว่า ให้ระวังเวลาข้ามถนนด้วย เพราะรถที่นี่ ขับแบบฮาร์ดคอร์มาก
เราเจอต่อหน้าเลย คือ taxi ขับชนผู้หญิงคนหนึ่งที่ข้ามถนนไม่พอ
ยังลงมาตบผู้หญิงซ้ำอีก //ตอนนั้นเราตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก แต่คนที่นั้น
เขาก็ทำกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ เราก็เลยเดินๆของเราไปต่อ แอบรู้สึกผิด
 
เราพักที่โรงแรมชื่อ Hotel de l'Europe Paris 
ขออภัยที่ไม่ได้ถ่ายรูป ที่ตั้งของโรงแรม ใกล้กับ Gare du Nord มากจริงๆ
แต่ว่า สภาพไม่เหมาะกับการถ่ายรูปเท่าไหร่ โทรมบ้าง ตามอายุการใช้งาน
เราพักห้องที่เขาทำใหม่ ก็นอนได้ แต่ญาติๆของเราพักห้องเก่าของเขา
ก็มีไม่พอใจบ้าง(นิดหน่อย) ก็ถ้าเน้นสะดวก ไม่สนใจภาพลักษณ์มาก ที่นี่ก็ดีนะ
 
หลังจากเอาของไปเก็บ เราก็เดินทางไปที่ Gare du Nord อีกรอบ
เพื่อเดินทางไปแลนด์มาร์ค สถานที่ ที่ทุกคนต้องมาเยือน
นั่นก็คือ Tour de eiffel หรือ หอไอเฟลนั่นเอง
เดินทางโดยใช้ Metro ไปลงที่สถานี tour de eiffel
พอขึ้นมาจากสถานี ก็จะเห็นเลย แต่ต้องเดินนิดหน่อย
 
 
ประสบการณ์ที่น่าจดจำของที่นี่ คือ ความลำบากในการถ่ายรูป (ฮ่าๆ)
ด้วยความที่หอคอยมันสูงมาก เลยทำให้ถ่ายรูปให้หัวหอคอยไม่ขาดยากเหลือเกิน สรุป
ต้องเดินไปทางตรงข้ามกับหอคอย /ฝั่งแม่น้ำ
///คั่นนิดนึง พอดีว่าอยากแนะนำ ถ้าหากเดินหันหลังให้หอคอยมาฝั่งแม่น้ำ
จะมีร้านขายไอศกรีมโคนอยู่ อยากจะบอกว่า highly reccommend ให้ลอง อร่อยมากกกก
โอเค กลับเข้าเรื่อง หากเดินมาเรื่อยๆ ข้ามแม่น่ำ ข้ามถนนมา จะเจอเหมือนคล้ายๆ เนิน
และมีสวนสาธารณะ ถ้าถ่ายจากตรงนั้น จะเห็นทั้งเรา สวย และ หอคอยด้วยแหละ ดีมาก
 
แปะรูปนิดหนึ่ง แต่ขอเซนเซอร์หนังหน้าไว้ ณ ที่นี้ด้วย
 
 
ถ้าถ่ายไกลๆ จะเห็นทั้งดอกไม้ ทั้งหอไอเฟล สวยมากๆ 
ถ้าเดินไปไกลกว่านี้อีก จะเป็นพื้นกระเบื้องมันๆ 
บางทีเราเล่าอาจจะไปไม่ถูก ขอแนบรูป จุดเด่นของตรงนี้ด้วย
 
 
ภาพอาจจะดูตัดๆ แต่จริงๆแล้วเราก็ตัดนั่นแหละ ให้เห็นแค่วิวเพราะลืมถ่ายวิวไว้
ถ่ายแต่กับคน TT" ตอนที่เราไป หน้าหอนี้ เขามีเต้นแทงโก้(?) ลีลาศ(?) กันด้วย
คู่รักต่างวัยมากมายก็มาเต้นกัน สวีทมากเลยง่ออออออว์ (ภาษาวิบัติขออภัย)
 
//แถวนี้จะมีคนขายพวงกุญแจหอไอเฟล และผ้าพันคอลายหอไอเฟล
นางจะขายแบบ ราคาพวงกุญแจ 3 อัน 1 ยูโรนะ
ส่วนผ้าพันคอจำไม่ได้ แต่ด้วยเหตุ หญิงแม่ไปต่อราคานาง
นางก็ลดให้นิดเดียว พอไม่เอาเดินหนี นางลดให้แบบ 85% winter sale มาก(ช่วงที่ไปคือ ปลายหนาว)
หญิงแม่เลยตัดสินใจซื้อเพราะ เขาอุตส่าลดให้ขนาดนี้ และพอซื้อเสร็จ กำลังจะเดินไป
คนขาย(เดินขาย) เรียกไว้ และแถมกุญแจ 3 อัน 1 ยูโร ให้ 2 อัน ถือว่าโชคดีจริงๆ แหะๆ
 
หลังจากเที่ยวที่หอถ่ายรูป ลั้ลลากันเสร็จ มีการลงมติว่าจะไป China town กันต่อ
ก็นั่ง Metro ไปลงสถานี Place d'Italie โผล่ขึ้นมา พบกับอะไรก็ไม่รู้
เพราะไม่ได้หาข้อมูลก่อนมา บวกกับ ค่ำแล้วเจอร้านไหนก็เข้าเลย ไม่ได้ถ่ายรูปหรืออะไรทั้งนั้น
แต่ทำไมเห็นคนอื่นไปแล้ว มันดูแฟนซีมาก เลยลงไว้เผื่อใครอยากไป จะได้รู้สถานีไว้น้า
 
กินข้าวเสร็จด้วยความเหนื่อยล้าของขาทั้งสองข้าง ก็ตัดสินใจว่า จะกลับโรงแรมกัน พักผ่อนนอน
 
เช้าวันต่อมา ตื่นด้วยความสดใส ลงมาข้างล่าง โรงแรมจัดอาหารเช้าให้
ครัวซองค์ 1 ชิ้น + ขนมปังกลมๆ (ไม่ทราบชื่อ) + กาแฟ/ช็อคโกแลต/ชา 1 กา(เอ๊ะ หรือเหยือก)
 
พออิ่มแล้วก็นั่ง Metro ไปลงสถานี Val d'Europe
ถ้านั่งเลยไปอีกสถานีจะเป็น Disney land ใครสนใจก็ไปดูน้า
เราก็อยากไป แต่ไมไ่ด้ไปป ;__;
กลับเข้าเรื่อง (ชอบนอกเรื่อง555)
ที่ๆเราจะไปกันคือ Outlet ขายแบรนด์เนม
ด้วยราคาเกือบสบายกระเป๋า
(เกือบนะ เพราะยังแพงอยู่นิดนึง)
มีชื่อว่า La Vallée Village
ข้อมูลแบรนด์ หรือ การเดินทางด้านอื่นๆ เข้าไปดูในเว็บไซต์ได้เลยน้า
พอลงแล้ว ก็เข้าห้าง เดินฝ่าห้างไปเรื่อยๆ 
จริงๆแล้วมันมีป้ายบอกนะ แต่ตอนนั้น
เราเดินตามกรุ๊ปทัวร์คนจีนเอา เพราะคิดว่า เขาต้องไปที่เดียวกับเราแน่ๆ
และก็จริง พอไปถึง ยามก็ขอตรวจกระเป๋า
แนะนำให้เดินไปก่อนไปจนถึงอีกทางแบบ ข้างหน้าสุดเลย
แล้วไปลงทะเบียน คือ เอาบัตรเครดิตให้เขา แล้วเขาจะให้คูปองมาเพื่อลดราคาแต่ละร้าน
ดี๊ดี เหมาะสำหรับมือชอปปิ้งอย่างเราเราว์ อิอิ
 
แต่ที่ outlet นี้ คือมันมีเรื่องอยู่ว่า เรามีเวลาช้อปแค่ 2 ชม. 
ต้องรีบกลับไปให้ทัน รถไฟไป สวิตเซอร์แลนด์ เลยไม่ได้ถ่ายรูปเลย
แต่บรรยากาศสถานที่เข้าไปดูในเว็บไซต์ได้น้า
เข้าไปถึงก็ใส่เท้าไฟเข้าออกทุกร้าน หยิบๆๆ จ่ายเงินเลย 5555
มีสตาร์บัคให้นั่งด้วย สำหรับคุณพ่อๆ ลุงๆ ที่ต้องนั่งรอ แม่ๆ ป้าๆ  เดินดูของน้า
มีฟรี wifi ด้วย แต่ต้อง register นิดหน่อย ง่ายมากๆ
 
หลังจากครบ 2 ชม. ก็รีบเบิ่งกลับมาที่ Gare du Nord ทันรถไฟอย่างเฉียดฉิว
วิ่งลากกระเป๋าหอบเลย เตือนถึงเพื่อนๆ ก็เผื่อเวลาไว้ด้วยจะดีมาก
 
วันนี้ลาไปก่อน เดี้ยวกลับมาต่อ 
กับ 4 วันสบายใน Switzerland
 
 

 

 

Comment

Comment:

Tweet